วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552


View Slideshow




ขี่ม้าส่งเมือง
ผู้เล่นมีจำนวน 6-8 คน ซึ่งผู้เล่นจะถูกแบ่งเป็น 2 ฝ่ายเท่าๆกัน และจะมีผู้เล่น 1 คนเป็น “เจ้าเมือง” แต่ละฝ่ายจะผลัดกันเดินมากระซิบบอกชื่อผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามคนหนึ่งกับเจ้าเมือง จากนั้นอีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องส่งผู้เล่นคนหนึ่งออกมาหาเจ้าเมืองบ้าง หากคนที่ออกมาตรงกับชื่อที่อีกฝ่ายมาบอกไว้ เจ้าเมืองก็จะร้องว่า “โป้ง” ผู้เล่นที่ถูกโป้งต้องตกเป็นเชลยและฝ่ายใดถูกจับเป็นเชลยหมดก่อน ก็ต้องแพ้ไปกลายเป็น “ม้า” ให้ฝ่ายชนะขี่หลัง

ผู้เล่น
เด็กชายหรือเด็กหญิงจำนวนไม่น้อยกว่า 6 คน เพิ่มได้ทีละ 3 คน

สถานที่เล่น
สนามหรือลานบ้าน

วิธีเล่น
แบ่งผู้เล่นออกเป็นชุดๆ ชุดละ 3 คน โดยมี 2 คน ยืนประสานมือกัน ไว้ด้านหลังเป็นฐานให้อีกคนหนึ่งใช้เท้าทั้ง 2 ข้างเหยียบบนมือที่ประสานกันนั้นเมื่อพร้อมแล้วให้ทำสัญญาณ เริ่มออกวิ่ง ชุดใดวิ่งไปถึงเส้นชัยที่กำหนดไว้ก่อน โดยไม่ตกลงมา จากฐานจะเป็นชุดที่ชนะ
ประโยชน์ที่ได้รับ
ฝึกความพร้อมเพรียง และการประสานงานกัน ระหว่างบุคคลในกลุ่ม
ฝึกให้มีกำลังขาและกำลังแขนที่แข็งแรง




ลิงชิงหลัก
จำนวนผู้เล่น
อย่างน้อย 3 คน
สถานที่เล่น
อาศัยเสาไม้ใต้ถุนสูงของบ้าน
วิธีการเล่น
ผู้เล่นคนหนึ่ง สมมุติว่าเป็น "ลิงหลักลอย" ไม่มีหลักจับ อีก 2 คน เป็นลิงจับหลัก ผู้เป็นลิงหลักลอยต้องพยายามแย่งหลัก ในขณะที่ผู้เล่นทั้งหมดเปลี่ยนที่กัน ส่วนมากมักจะใช้สี่หลัก ผู้ที่เป็นลิงชิงหลักต้องคอยสังเกตดูว่าตนจะชิงหลักไหนได้สะดวก ก็รีบวิ่งไปชิงหลักนั้นไว้ ถ้าจับหลักได้ก่อน ผู้ที่มาช้าก็เป็นลิงหลักลอย คอยชิงหลักของคนอื่น บางคนทำท่าเปลี่ยนแล้วไม่เปลี่ยนเป็นการล่อหลอก ถือว่าเท้ายังยึดหลักอยู่ ผู้อื่นจะชิงไม่ได้




ตีลูกล้อ
จำนวนผู้เล่น
ไม่จำกัดจำนวนผู้เล่น
วิธีการเล่น
นำลูกล้อมายังจุดเริ่มต้น หรือเตรียมยางรถจักรยานหรือวงล้อเป็นซี่ๆ และไม้ขนาดเหมาะมือประมาณ 1 ฟุต จากนั้นกำหนดจุดเริ่มต้นและเส้นชัยไว้แต่ละคนนำลูกล้อของตนเองมาที่จุดเริ่มต้น และวิ่งเอาไม้ตีลูกล้อให้กลิ้งไป คอยเลี้ยงลูกล้อไว้ให้กลิ้งไปข้างหน้าโดยไม่ให้ลูกล้อสะดุดพลิกคว่ำ แข่งว่าใครจะถึงเส้นชัยก่อนกัน ผู้ที่ใช้วงล้อ จะได้เปรียบเพราะวงล้อมีร่องสำหรับใส่ยาง เอาไม้ต้นได้สะดวกและตรงกว่า ไม่แกว่งไปแกว่งมา ใครถึงเส้นชัยก่อน คนนั้นก็ชนะ




เล่นจ้ำจี้
[แก้ไข] วิธีการเล่น
ผู้เล่นนั่งล้อมวงกัน คว่ำมือทั้งสองลงบนพื้น คนหนึ่งเป็นคนจี้ โดยใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่นิ้วของผู้เล่นไล่ไปทีละนิ้วให้รอบวง พร้อมทั้งร้องเพลงไปด้วย เมื่อร้องจบแล้ว จิ้มอยู่ที่นิ้วใดคนนั้นต้องพับนิ้วนั้นเข้าไป ผู้จิ้มก็เริ่มเล่นใหม่ไปเรื่อยๆ ใครต้องพับนิ้วทั้งหมดเป็นคนแรกแพ้
[แก้ไข] บทร้องประกอบ
จ้ำจี้มะเขือเปราะ กระเทาะหน้าแว่น
พายเรืออกแอ่น กระแท่นต้นกุ่ม
สาวๆ หนุ่มๆ อาบน้ำท่าไหน
อาบน้ำท่าวัด เอาแป้งที่ไหนผัด
เอากระจกที่ไหนล่อง เยี่ยมๆ มองๆ นกขุนทองร้องฮู้


มอญซ่อนผ้า
อุปกรณ์ประกอบการเล่นคือผ้า 1 ผืน ขนาดไม่โตนักอาจเป็นผ้าเช็ดหน้าก็ได้ มีกติกาและวิธีเล่นดังนี้
[แก้ไข] กติกา
1. ผู้ที่นั่งล้อมวงทุกคนจะต้องนั่งราบกับพื้นห้ามนั่งยอง ๆ 2. ผู้เล่นทุกคนจะหันไปดูข้างหลังไม่ได้ อนุญาตให้ใช้เพียงมือคลำดูเท่านั้น 3. ผู้ซ่อนผ้าต้องวางผ้าให้ใกล้ตัวผู้นั่งพอสมควร เมื่อวางแล้วให้เดินหรือวิ่งต่อไปจะหันหลังกลับไม่ได้
[แก้ไข] วิธีเล่น
เล่นกี่คนก็ได้ ผู้เล่นจะนั่งล้อมวงกัน มีคนหนึ่งสมมุติเป็น “มอญ” ถือผ้าอาจเป็นผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าอื่นที่มีขนาดไม่โตนักสามารถเก็บซ่อนได้ เดินหรือวิ่งไปรอบ ๆ วง ผู้ที่นั่งล้อมวงจะร้องบทร้องพร้อมกัน (ดูหัวข้อเพลงประกอบการเล่น)
ผู้ที่เป็น “มอญ” จะต้องคอยสังเกตว่าผู้นั่งล้อมวงคนใดเผลอจะเอาผ้าที่ถือไว้วางข้างหลังผู้นั้นแล้วเดินหรือวิ่งต่อไป ทำทีเหมือนกับยังไม่ได้วางผ้าหากผู้ถูกวางข้างหลังยังไม่รู้ตัว เมื่อผู้เป็น “มอญ” เดินหรือวิ่งมาถึงจะหยิบผ้านั้นตีผู้ที่นั่งอยู่ ซึ่งผู้ที่ถูกตีจะต้องรีบลุกออกจากที่นั่งวิ่งหนีไปรอบวงครบ 1 รอบ จึงกลับเข้านั่งที่ตามเดิม ผู้ที่เป็น “มอญ” จะถือผ้าเดินหรือวิ่งรอบ ๆ วง เพื่อจะวางผ้าซ่อนไว้ข้างหลังผู้นั่งคนอื่นต่อไป ในทางกลับกันหากผู้นั่งที่ถูกวางผ้าข้างหลังรู้ตัว ก็จะหยิบผ้าและลุกขึ้นวิ่งไล่ตีผู้เป็น “มอญ” ไปรอบวง ซึ่งผู้เป็น “มอญ” จะต้องรีบวิ่งหนีและเข้านั่งแทนที่ผู้ที่วิ่งไล่ และผู้ที่ได้ผ้าก็จะเป็น“มอญ” ซ่อนผ้าคนอื่นต่อไป

[แก้ไข] เพลงประกอบการเล่น
"มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ”



หมากเก็บ

ผู้เล่นมีจำนวน 2 คนขึ้นไป ผู้เล่นแต่ละคนมีเม็ดหินเรียกว่า หมาก คนละ 5 เม็ด เมื่อเริ่มเล่น ผู้เล่นทุกคนต้อง ขึ้นปี ก่อน โดยการถือหมากไว้ในมือ จากนั้น ก็โยนขึ้นและรับด้วยหลังมือ ผู้เล่นคนใดสามารถรับได้มากที่สุด จะได้เล่นเป็นคนแรก หมากหนึ่ง โยนหมากขึ้น 1 เม็ด ขณะเดียวกันก็เก็บหมากบนพื้น 1 เม็ด และเก็บหมากทีละเม็ดจนหมด หมากสอง เก็บหมากบนพื้นครั้งละ 2 เม็ด หมากสาม เก็บหมาก 3 เม็ดก่อน แล้วเก็บ 1 เม็ดที่เหลืออีกครั้งหนึ่ง หมากสี่ รวบเก็บหมากบนพื้นครั้งเดียวให้ได้ 4 เม็ด ผู้เล่นคนใดเล่นหมากสี่จบก่อนเป็นผู้ชนะ
[แก้ไข] กติกา
1. ตกลงกันว่าได้กี่คะแนน (เรียกคะแนนว่าปี) จึงจะจบตา
2. ขณะที่เล่นถ้ามือถูกเม็ดอื่นเขยื้อนถือว่าตายต้องเปลี่ยนให้คนอื่นเล่น
3. ถ้ารับเม็ดที่โยนขึ้นไปไม่ได้ ถือว่าตายต้องเปลี่ยนให้คนอื่นเล่น
4. ถ้าได้จำนวนคะแนนเกินกว่าที่กำหนดไว้ต้องเริ่มนับคะแนน ๑ ใหม่
5. เมื่อ “ขึ้นปี” โดยการนำเม็ดหมากเก็บทั้งหมดวางไว้บนฝ่ามือแล้วโยนขึ้นไป กลับมือให้เม็ดหมากเก็บมาค้างบนหลังมือและโยนขึ้นไปอีกครั้งหนึ่งให้เม็ด หมากเก็บตกลงมาบนฝ่ามือ เหลือค้างอยู่กี่เม็ด ก็ให้นับคะแนนตามจำนวนนั้น ถ้าหาก “ขึ้นปี” แล้วไม่มีเม็ดหมากเก็บค้างอยู่ในมือถือว่าตายต้องให้คนอื่นเล่น
[แก้ไข] วิธีเล่น
แบ่งลำดับการเล่นโดยวิธี “ขึ้นปี” ผู้ใดได้คะแนนมากที่สุดเป็นผู้เริ่มเล่นก่อน โดยโปรยเม็ดหมากเก็บให้กระจายออกไป ถ้าเป็นหมากเก็บ ๕ เม็ด ก็หยิบเม็ดหนึ่งขึ้น
มาแล้วโยนขึ้นไป ขณะเดียวกันก็หยิบเม็ดหมากเก็บที่อยู่กับพื้นขึ้นมารอกับจังหวะเม็ดที่โยน ตกลงมาและต้องรับให้ได้ ในตาแรกนี้เก็บทีละเม็ดจนครบเรียกว่า หมากหนึ่ง
เมื่อเก็บหมดแล้วเริ่มตาที่ ๒ โดยโปรยเม็ดหมากเก็บแล้วเก็บทีละ ๒ เม็ด เรียกว่า “หมากสอง “หมากสาม” เหมือนหมากสองแต่เก็บ ๓ เม็ดครั้งหนึ่ง และ ๑ เม็ดครั้งหนึ่ง“หมากสี่” เก็บหมดทั้ง ๔ เม็ดในครั้งเดียวกัน ถ้าหากขณะเล่นมือไปถูกเม็ดหมากเก็บเม็ดใดเม็ดหนึ่งเขยื้อนหรือ รับเม็ดที่โยนขึ้นไปไม่ได้ถือว่าตายต้องให้คนอื่นเล่นต่อไป และเมื่อถึงรอบของตนเล่นจะต้องเล่นซ้ำในหมากที่ตนตายก่อนแล้วจึงเล่นต่อไป จนครบ เมื่อเล่นครบหมดทั้ง ๔ หมากแล้วจึง “ขึ้นปี” เหลือเม็ดหมากเก็บบนฝ่ามือจำนวนเท่าใดก็ถือว่าเป็นจำนวนปี หรือคะแนนที่ต้องสะสมไว้ แล้วเริ่มเล่นหมาก ๑ ใหม่ เล่นจนครบจำนวนปีที่กำหนดไว้จึงถือว่าจบตา ผู้ที่เล่นไม่ครบจำนวนปีเป็นผู้แพ้
ส่วนการเล่นหมากเก็บ ๑๑ เม็ด ก็คล้ายกับวิธีเล่นหมากเก็บ ๕ เม็ด แต่แทนที่จะโปรยหมากหนึ่งครั้งหนึ่ง หมากสองครั้งหนึ่ง ฯลฯ ก็โปรยครั้งเดียวแล้วแบ่งเป็นหมากหนึ่ง หมากสอง หมากสามและหมากสี่เลย และมีกติกาในการเล่นเหมือนหมากเก็บ ๕ เม็ดทุกประการ
เมื่อเล่นครบปีตามที่กำหนดไว้แล้ว ผู้ชนะมีสิทธิทำโทษผู้ที่แพ้โดยเอาเม็ดหมากเก็บกำให้ผู้แพ้ทาย ถ้าทายผิดก็จะเขกเข่าผู้ทายตามจำนวนที่ผู้ทายบอก ถ้าทายถูกก็เอาเม็ดหมากเก็บนั่นให้ผู้ทายถูกไป จนกระทั่งเหลือเม็ดสุดท้าย ผู้ชนะจะกำมือทั้ง ๒ ข้าง ข้างหนึ่งกำเม็ดหมากเก็บไว้ต่อจากนั้นก็ทำมือวน ๆ พร้อมกับร้องว่า “ตะลึง ตึงตังข้างล่างห้า ข้างบนสิบ” แล้วเอาข้อศอกข้างหนึ่งวางซ้อนไว้กับกำมืออีกข้างหนึ่ง ถ้าผู้ทายทายถูกก็จะได้เม็ดหมากเก็บนั้นไป ถ้าทายผิดจะถูกเขกเข่าตามที่ทาย คือหากทายว่าเม็ดหมากเก็บในมือล่างแต่เม็ดหมากเก็บอยู่ในมือบนจะถูกเขกเข่า ๕ ที เป็นต้น

บทที่ 2 การสร้าง Weblog


ชื่อ : จิดาภา ใจห่อ (คุณครูนี)
การศึกษา : ครุศาสตรบัณฑิต เอกการศึกษาปฐมวัยสถานศึกษา : ราชภัฏนครปฐม
การศึกษา : ศึกษาศาสตรบัณฑิต เอกการแนะแนวสถานศึกษา : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชการศึกษาปัจจุบัน : ประกาศนียบัตรบัณฑิต การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงประวัติการทำงาน : ปี 2541-2545 โรงเรียนบ้านซองกาเรีย อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
:2546-ปัจจุบัน โรงเรียนบ้านหนองเป็ด อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
ปัจจุบัน : ข้าราชการครูโรงเรียนบ้านหนองเป็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต 1